ประวัติ

boontuen newสมาคม ไว.เอ็ม.ซี.เอ. เกิดขึ้นครั้งแรกในโลกนี้เมื่อ พ.ศ. 2387 (ค.ศ.1844) ที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ โดย George Williams ซึ่งต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็น Sir George Williams และไว.เอ็ม.ซี.เอ. ได้แพร่หลายไปทั่วโลก 

สำหรับประเทศไทยบรรพบุรุษผู้ให้กำเนิดไว.เอ็ม.ซี.เอ. กรุงเทพฯ คือ อาจารย์บุญต๋วน บุญอิต ซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่าง พ.ศ. 2408-2446 ท่านใช้ชีวิตเล่าเรียนอยู่ในสหรัฐอเมริกานานถึง 16 ปี และเป็นคนไทย คนแรกที่สำเร็จวิชาครูมาจากสหรัฐ ท่านได้สมัครเป็นสมาชิกไว.เอ็ม.ซี.เอ. ที่นั่น และมีความปรารถนาที่จะก่อตั้ง ไว.เอ็ม.ซี.เอ. ในประเทศไทย ท่านได้ติดต่อกับผู้นำไว.เอ็ม.ซี.เอ สหรัฐหลายคน ก่อนกลับประเทศไทยในปี พ.ศ.2436 รวมทั้ง

 

Dr. John R. Mott ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะส่งคนมาช่วยตั้งไว.เอ็ม.ซี.เอ. ในประเทศไทยซึ่งก็เป็นความรู้สึกเดียวกับมิชชันนารชาวคริสต์ ที่ปฏิบัติงานในไทยขณะนั้น ที่ตั้งความหวังว่าไว.เอ็ม.ซี.เอ. ในอเมริกาเหนือจะช่วยดำเนินงานตั้งไว.เอ็ม.ซี.เอ. ประเทศไทยเช่นเดียวกับที่เคยทำให้แก่ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ เมื่ออาจารย์บุญอิต กลับมายังประเทศไทย ท่านได้เผยแพร่อุดมการณ์นี้ ในหมู่มิตรสหายและศิษย์ของท่านจนเกือบสำเร็จตามประสงค์ ท่านก็ถึงแก่กรรมเสียก่อน มิตรสหายของท่านจึงได้รวบรวมทุนซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง เป็นจำนวนเงิน 19,385 บาท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้ทรงสมทบเป็นจำนวนเงิน 2,100 บาท และสร้างตึก “บุญอิตศิลปาคาร” ซึ่งเป็นไว.เอ็ม.ซี.เอ. วรจักรในสมัยนั้น

 

บุญอิตศิลปาคาร เปิดดำเนินการ พ.ศ.2450 จัดกิจกรรมให้ผู้ใหญ่และเยาวชนตามแบบฉบับของไว.เอ็ม.ซี.เอ. คือ กิจกรรมพลศึกษา กีฬาในร่ม และกิจกรรมกลุ่มต่างๆ ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม 2457 จึงได้จดทะเบียนว่า “บุญอิตศิลปาคารสมาคม” เลขทะเบียน จ. 7 มีสมาชิกทั้งข้าราชการ ครูอาจารย์ นักธุรกิจ เยาวชน และมีคณะกรรมการของสมาคมฯ เป็นผู้มีชื่อเสียงในวงสังคมขณะนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาคณะกรรมการของบุญอิตศิลปาคารสมาคมฯ ได้ติดต่อกับไว.เอ็ม.ซี.เอ. นานาชาติที่นิวยอร์ค ให้ส่งผู้ชำนาญทางกิจกรรมไว.เอ็ม. ซี.เอ. มาดำเนินงาน

ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อสมเด็จพระราชบิดาเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงสงขลานครินทร์ครั้งยังดำรงพระยศ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเสด็จกลับมาจากสหรัฐอเมริกา มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมมหาวิทยาลัย ในกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2465 พระองค์ทรงทราบอุดมคติของไว.เอ็ม.ซี.เอ. อย่างลึกซึ้งด้วยทรงใช้บริการในต่างประเทศมาแล้ว และทรงปรารถนาจะตั้งไว.เอ็ม.ซี.เอ. ในประเทศไทย เช่นกันจึงทรงแนะนำให้ บุญอิตศิลปาคารสมาคม ขยายกิจกรรมต่างๆ ให้มากขึ้นอย่างไว.เอ็ม.ซี.เอ.

ครั้นสมัยรัชกาลที่ 7 ความคิดเรื่องไว.เอ็ม.ซี.เอ. เริ่มแพร่หลายมากขึ้น สมเด็จพระราชบิดาฯ จึงทรงสนับสนุนให้พระอาจวิทยาคม หรือ Dr. George B. McFarlan ซึ่งเป็นเลขานุการกิตติมศักดิ์ ในกระทรวงศึกษาธิการ เข้าเป็นกรรมการของบุญอิตศิลปาคารสมาคม และหาทางจัดตั้งให้เป็นไว.เอ็ม.ซี.เอ. โดยถูกต้องตามกฎหมาย และระเบียบของสากล คณะกรรมการบุญอิตศิลปาคารได้ติดต่อไปยังไว.เอ็ม.ซี.เอ. สหรัฐ และแคนาดา ซึ่งขณะนั้น Dr. John R. Mott เป็นประธานอยู่ ให้ส่งผู้ชำนาญงานไว.เอ็ม.ซี.เอ. มาช่วยเหลือการตั้งสมาคมฯ และ พ.ศ. 2471 ได้ส่ง Dr. Charles W. Harvey เข้ามา ซึ่งท่านได้สำรวจและฟังความคิดเห็นโดยทั่วไปของทั้งฝ่ายในพระราชวงศ์ ขุนนางผู้ใหญ่ คหบดี และมิชชันนารี จนมองเห็นช่องทางแล้วท่านจึงกลับไปดำเนินการ

ใน พ.ศ. 2473 ด้วยความช่วยเหลือของไว.เอ็ม.ซี.เอ. สหรัฐ และแคนาดา ก็ได้ส่ง Mr. Walter A. Zimmerman มาทำงานร่วมกับคณะกรรมการของบุญอิตศิลปาคารสมาคม เช่น อจ.เปลื้อง สุทธิคำ, พระประกาศสหกรณ์ หลวงบำบัดคดี, นายแพทย์เบ็ญฑูร บุญอิต, นายดำรง จ่างตระกูล, อจ.เจริญ วิชัย, อจ.กิมเฮง มังกรพันธ์, Rev. Paul A. Eakin, นายคล้าย เจิมอุทัย, Mr. A.R. Hammond

ในที่สุดคณะกรรมการผู้ก่อตั้ง ได้จัดร่างข้อบังคับสำหรับไว.เอ็ม.ซี.เอ. กรุงเทพฯ ให้สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมไทย และจดทะเบียนเปลี่ยนนามสมาคม “บุญอิตศิลปาคาร” เป็น “ เยาวมานพคริส-เตียนอมาตยสมาคม ” เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2475 ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Young Men’s Christian Association of Bangkok เรียกย่อๆ ว่า Y.M.C.A. of Bangkok จึงนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า ไว.เอ็ม.ซี.เอ. กรุงเทพฯ